เคล็ดความรู้เรื่องส้ม


 กินส้มวันละกี่ลูกถึงได้รับวิตามินซีที่เพียงพอ?

เคล็ดความรู้เรื่องส้ม วิตามินซีเป็นอีกหนึ่งแร่ธาตุสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพของคุณ ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงมองหาอาหารที่มีวิตามินซีมารับประทานมากขึ้นอย่างที่ทราบกันดีว่าผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงคือ ส้แต่คุณเคยคิดบ้างไหมว่าจะกินส้มดีไหม? เราควรกินส้มวันละกี่ลูกเพื่อให้ได้รับวิตามินซีเพียงพอ? หากคอสุขภาพคนไหนกำลังสงสัยและวางแผนจะเพิ่มวิตามินซีให้ร่างกาย ควรรู้ไว้!

โดยทั่วไปแล้ว ภายใน 1 วัน ปริมาณวิตามินซีที่เราได้รับต่อวันไม่ควรเกิน 2,000 มก. เนื่องจากแทนที่จะได้รับประโยชน์จากวิตามิน การรับประทานมากเกินไปอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด และนอนไม่หลับได้ หากคุณรับประทานวิตามินมากเกินความต้องการของร่างกายเป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดนิ่วในไต


ดังนั้นในการรับวิตามินซีจากส้มอย่างปลอดภัยควรรับประทานส้มเพียงวันละ 2-3 ผลเท่านั้น เพราะเราสามารถรับวิตามินซีจากอาหารอื่น ๆ ได้เช่นกัน การกินส้มเพียงอย่างเดียวอาจไม่ดีต่อสุขภาพของคุณ ดังนั้นจึงควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ แต่บางช่วงราคาส้มสูงหรือขาดตลาด นั่นทำให้อาหารเสริมวิตามินซีเป็นที่นิยม แต่การทานวิตามินซีเสริมนั้นร่างกายจะดูดซึมได้ไม่เต็มที่ เพราะร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้ตามปกติ ตัดสินจากการกินเพียง 20-30% ก็เรียกได้ว่าได้เกินคุ้มเสีย



เราได้คัดสรรสูตรเวลเนสด้วย IV Drip ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าได้รับการดูแลที่ตรงเป้าหมายที่สุด สำหรับผู้ที่ต้องการวิตามินซีอย่างครบถ้วน เรามีสูตร IV Drip Super C ซึ่งเป็นเวลเนสสูตรที่มีวิตามินซีเข้มข้นช่วย คืนความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ช่วยชะลอวัย เสริมให้ผิวสวยเปล่งปลั่ง นอกจากนี้ยังกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีโดยไม่ต้องกินส้มหรือผลไม้อื่น ๆ เพิ่มวิตามินซีให้มากเพื่อให้ร่างกายมีอายุยืนยาว


สรรพคุณจากส้ม




  1. กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

เนื่องจากส้มมีวิตามินซีจำนวนมาก ส้มจึงจัดเป็นผลไม้ที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ ช่วยป้องกันทั้งโรคง่ายและโรครุนแรง เพราะ เราจะป่วยได้เมื่อภูมิต้านทานร่างกายแข็งแรง แบคทีเรียและไวรัสมีโอกาสน้อยที่จะโจมตีเรา

  1. ลดความดันโลหิต

ส้มเป็นผลไม้ที่อุดมด้วยโพแทสเซียม และยังมีปริมาณโซเดียมที่ค่อนข้างต่ำอีกด้วย อีกทั้งยังช่วยกระบวนการไหลเวียนของเลือดทำให้ร่างกายควบคุมความดันโลหิตให้สมดุล นอกจากนี้ยังช่วยลดความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

  1. ปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด

เพราะส้มมีฟรุกโตสอยู่มาก ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งหลังจากรับประทานส้ม เส้นใยในส้มยังช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ดังนั้นการรับประทานส้มจึงช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ในระดับหนึ่ง


  1. ลดคอเลสเตอรอลในเลือด

ส้ม นอกจากจะปราศจากคอเลสเตอรอลแล้ว วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระในเนื้อส้มยังช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดอีกด้วย สารต้านอนุมูลอิสระปกป้องหลอดเลือดจากอนุมูลอิสระที่ทำให้ไขมันสะสมไปเรื่อย ๆ จนทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหัวใจ

  1. ลดความเสี่ยงของนิ่วในไต

การศึกษาพบว่าน้ำส้มสามารถช่วยลดการเกิดนิ่วในไตได้ โพแทสเซียมในส้มช่วยยับยั้งการก่อตัวของนิ่วในร่างกายและช่วยให้นิ่วถูกขับออกพร้อมกับของเสีย

  1. ส้มช่วยบำรุงหัวใจ

โพแทสเซียมในส้มเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้หัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของหัวใจ ช่วยให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะปกติและช่วยให้เลือดไหลเวียนสะดวกขึ้น

  1. ยับยั้งการเกิดโรคเรื้อนกวาง

การศึกษาในวารสารของ American College of Nutrition พบว่าผู้ที่รับประทานวิตามินซีในปริมาณสูงมีโอกาสเกิดแผลได้น้อยกว่าผู้ที่รับประทานวิตามินซีไม่เพียงพอ ส้มเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงถึง 89% ของปริมาณวิตามินซีที่คุณรับประทานในแต่ละวัน


  1. ลดความเสี่ยงทางด้านหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากการตีบหรือแตกของหลอดเลือดแดง การศึกษาโดย American Heart Foundation พบว่าการกินผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้มและเกรปฟรุต อาจลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองในผู้ใหญ่ ผู้หญิงมีความชุกสูงกว่า 19 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับอาสาสมัครที่กินผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวน้อย


  1. ป้องกันมะเร็ง

เนื้อส้มมีสารต้านอนุมูลอิสระฟลาโวนอยด์ในปริมาณสูง สารนี้มีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ นอกจากนี้เนื้อส้มที่อุดมด้วยไฟเบอร์ยังช่วยขับของเสียที่ตกค้างในลำไส้ จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ได้อีกทางหนึ่ง


สนใจอ่านต่อได้ที่นี้ : เคล็ดลับสุขภาพดี

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้